วิธีทำ
- อบกระดูกวัวที่ 220 องศาเซลเซียส 30 นาทีให้รสน้ำซุปลึกขึ้น ย้ายลงในหม้อตุ๋นพร้อมน้ำเย็น 2 ลิตร หอมใหญ่ผ่าครึ่ง กระเทียมทุบและขิง เคี่ยว 90 นาที ช้อนฟอง กรอง ปรุงรสด้วยเกลือ
- หั่นเนื้อเย็นเป็นชิ้น ปั่นเป็นพัลส์ในเครื่องเตรียมอาหารพร้อมกระเทียม พริกไทยขาว เกลือและน้ำแข็งบดจนเป็นเนื้อเนียนเหนียวติดกัน ความเย็นและน้ำแข็งสำคัญมาก เพื่อไม่ให้เนื้อร้อนและทำลายโครงสร้างโปรตีน
- ใส่แป้งมันและผงฟู ปั่นพัลส์เพียงให้เข้ากัน ส่วนผสมต้องเหนียวและเนียน
- ตั้งน้ำซุปให้เดือดเบา ๆ ใช้มือเปียกหรือช้อนสองคันตักก้อนเนื้อขนาดวอลนัทหย่อนลงในน้ำซุป ลูกชิ้นจะจมก่อนแล้วลอยขึ้นเมื่อสุก ประมาณ 6 นาที ความเด้งคือเครื่องชี้ของฝีมือที่ถูกต้อง
- ตักลูกชิ้นที่สุกแล้วออก (ถึงจุดนี้แช่แข็งเก็บไว้ใช้ภายหลังได้ดี) ตั้งน้ำซุปให้เดือดอีกครั้ง
- วิธีเสิร์ฟ แบ่งเส้นหมี่และบะหมี่เหลืองในชาม ใส่ลูกชิ้น 5–6 ลูกต่อชาม ตักน้ำซุปร้อน ๆ ราดให้ท่วม โรยหอมแดงเจียวและต้นหอม เสิร์ฟพร้อมซัมบัล เกจัปมานิส มะนาวหั่นและเกี๊ยวทอดกรอบ ผู้กินคนซอสที่ตนชอบลงไปเอง
บริบททางวัฒนธรรม
บัคโซเข้ามาในอินโดนีเซียพร้อมผู้อพยพชาวจีนในศตวรรษที่ 19 เมนูนี้เทียบเคียงได้กับซุปลูกชิ้นปลาและลูกชิ้นเนื้อของจีน แต่โปรไฟล์เครื่องแกงและการเสิร์ฟเป็นแบบอินโดนีเซีย เนื้อสัมผัสเด้งของบัคโซแท้มาจากเทคนิคแป้งมันกับเนื้อเย็น ลูกชิ้นจีนในตลาดใช้โซเดียมฟอสเฟตเพื่อให้ได้ผลเดียวกัน พ่อค้าบัคโซเข็นรถเข็นเสียงกระดิ่งดังกริ๊ง ๆ ผ่านชุมชนจาการ์ตาช่วงเย็นถึงค่ำ เสียงนี้ไม่มีใครจำผิด ประธานาธิบดีโอบามากล่าวถึงบัคโซเมื่อเยือนอินโดนีเซีย ส่งให้เมนูนี้ดังในระดับโลกอยู่ช่วงสั้น ๆ