วิธีทำ
- ใส่ถั่วเลนทิลที่ล้างสะอาดลงในหม้อหนาพร้อมน้ำและผงขมิ้น ตั้งไฟให้เดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน ในห้านาทีแรกให้ช้อนฟองที่ลอยขึ้นออก
- ปิดฝาแบบครึ่งใบและเคี่ยวต่อสิบสองนาทีจนถั่วเปื่อยกลายเป็นเนื้อโจ๊กข้นสมบูรณ์ บางคนชอบให้ถั่วยังคงรูปอยู่บ้าง หากต้องการเนื้อเนียนกว่าให้เคี่ยวต่ออีก
- ตั้งกระทะเล็กบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน เมื่อร้อนใส่เมล็ดมัสตาร์ดและเฟนูกรีกให้แตกตัว ตามด้วยใบกะหรี่ ใบเตย หอมใหญ่ซอย กระเทียมขิงและพริกเขียว ผัดประมาณสามนาทีจนหอมใหญ่เหลืองทอง
- เทเครื่องเจียวพร้อมน้ำมันทั้งหมดลงในหม้อแกงถั่ว คนให้เข้ากัน ครัวจะอบอวลด้วยกลิ่นหอมของใบกะหรี่และเมล็ดมัสตาร์ด
- เทกะทิและเกลือลงไป เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนเปิดฝาประมาณห้านาที คนเป็นระยะ อย่าให้เดือดแรงเพราะกะทิจะแตกมัน
- ปิดเตา คนน้ำมะนาวลงไป ชิมและปรับเกลือ เสิร์ฟในชามลึกหรือเป็นส่วนหนึ่งของจานข้าวและแกง ปาริปปุของศรีลังกาเป็นศูนย์กลางของมื้อ ไม่ใช่ของเคียง โดยจะมีเครื่องเคียงอย่างสมโบล ผัดผัก เนื้อสัตว์อยู่รอบๆ
บริบททางวัฒนธรรม
ปาริปปุเป็นเมนูประจำวันของชาวศรีลังกาที่กินทุกมื้อ ตั้งแต่สตริงฮอปเปอร์ตอนเช้าจนถึงข้าวมื้อค่ำ เวอร์ชันของศรีลังกาใช้ถั่วเลนทิลแดงที่เปื่อยเป็นโจ๊กแทนถั่วชานาดาลสไตล์ทมิฬ และมีกะทิเป็นส่วนเพิ่มที่ทำให้แตกต่างจากดาลของอินเดีย เครื่องเจียวด้วยใบกะหรี่ เมล็ดมัสตาร์ดและเฟนูกรีกถือเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ เพราะหากไม่มีก็จะกลายเป็นเพียงโจ๊กถั่วธรรมดา ลำดับการทำคือต้มถั่ว เจียวเครื่อง ใส่กะทิ ปิดท้ายด้วยน้ำมะนาว เป็นมาตรฐานเดียวกันในครัวศรีลังกาทุกที่